จากผู้ประสบภัยน้ำท่วม สามารถฟื้นฟูตนเองได้ พัฒนาสู่ความยั่งยืนมั่นคงและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

จากเมื่อเดือนมกราคม 2560 ได้มีเหตุการภัยพิบัติ อุทกภัยขนาดใหญ่ในภาคใต้ ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้ถูกน้ำท่วมสูงเป็นบริเวณกว้าง ในครั้งนั้น หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไปได้ 4 วัน ทีมงานของมูลนิธิชุมชนไท และทีมอาสาภัยพิบัติสึนามิจังหวัดพังงา ได้ลงพื้นที่สำรวจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เนื่องจากในพื้นที่มีน้ำท่วมสูง จนเกือบจะไม่เห็นพื้นดินหรือถนนเลย จากประสบการณ์ของมุลนิธิชุมชนไท ที่เคยลงช่วยผู้ประสบภัยพิบัติสึนามิปี 2547 ผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ปี 2553 มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ทุกเหตุการณ์ภัยพิบัติที่มูลนิธิชุมชนไทได้เข้าไปช่วยเหลือ จะมีจุดยืนโดยจะเข้าไปช่วยเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้ช่วยเหลือตนเองได้ พัฒนาตนเองได้ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ หรือ เป็นจิตอาสา

ในเหตุการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมาก็เช่นกัน หลังจากมูลนิธิชุมชนได้เข้าไปช่วยเหลือ ช่วยให้ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการอยู่กับภัยที่เกิดขึ้น การช่วยเหลือ และการฟื้นฟู ทำให้สามารถจัดตั้งศูนย์ผู้ประสบภัยจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ถึง 8 ศูนย์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

10 ก.พ.2560 การจัดกระบวนการให้ผู้ประสบภัยสรุปบทเรียน ด้วยการ แบ่งผู้ประสบภัยจากทุกศูนย์ ทั้ง 8 ศูนย์ ออกเป็น 5 กลุ่ม  เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งกันและกัน โดยให้โจทย์ดังนี้
1. เหตุการณ์ภัยพิบัติที่บ้านเราเกิดขึ้นจากปัจจัยอะไร และรูปแบบเป็นอย่างไร
2. เมื่อเกิดน้ำท่วมขึ้นเราเริ่มทำอะไรบ้าง และทำอย่างไรบ้าง ทำไมเราถึงทำแบบนั้น
3. สิ่งที่เราทำในขณะนั้นมีปัญหาอะไรบ้าง เราแก้ปัญหาอย่างไร และใครร่วมกับเราบ้าง

วันนั้นพวกเขาคือผู้ประสบภัย แต่จิตอาสาของพวกเขา การช่วยเหลือตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นของพวกเขา ได้เกิดขึ้นในขณะที่พวกเขากำลังประสบภัย โดยในวันที่ 7 มกราคม 2560 ทางกรรมการศูนย์ประสานงาน เมื่อได้รับของบริจาคมา ได้ทำการแจกจ่าย ครบทุกบ้านในรอบแรก แต่มีศูนย์หมู่บ้านเริ่มขยาย จึงได้แจกช่วยเหลือในพื้นที่หมู่บ้านที่ติดกันออกไปอีก ทั่วทั้งตำบล ทั้ง 2 ศูนย์ และวนกลับมาที่หมู่บ้านตัวเองอีกรอบ ถือว่าชุมชนที่ตั้งศูนย์ทั้ง 2 ศูนย์ ได้รับข้าวสารอาหารแห้งคนละ 2 รอบ ทำให้พออยู่ได้ถึง 5 วัน

หลังจากการฟื้นฟูผ่านไป ทำให้กลุ่มผู้ประสบภัยตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยกลุ่มที่ได้ช่วยเหลือกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ ได้มารวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาอาชีพ โดยทำปุ๋ยไส้เดือน มูลนิธิชุมชนไท ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของกลุ่ม การสร้างความเข้มแข็งของกลุ่ม จนกลุ่มสามารถประสบความสำเร็จ 

ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ผู้ประสบภัยท่าเสม็ด ได้มีโอกาสได้ออกร้านในงานเกษตรแฟร์ที่มหาวิทยาลัยทักษิณจัดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า การพัฒนาคนท่ามกลางการปฏิบัติจริง สามารถทำให้ชาวบ้านเกิดความเข้มแข็งขึ้นได้จริง ๆ  

กลุ่มปุ๋ยมูลไส้เดือนชะอวด นำเอาปุ๋ยใส่เดือน ไปจำหน่าย 3 ตัน. น้ำหมักไส้เดือน 200 ขวด ดินปลูก200ถุง. กลุ่มเพาะชำพริกไทยดำ 200 ต้น ดาวเรือง100 ต้น โดยมูลนิธิชุมชนไท และเครือข่ายภัยพิบัติชุมชน ช่วยเหลือฟื้นฟู และเสริมความเข้มแข็ง ชุมชนผู้ประสบภัย มาอย่างต่อเนื่อง 

ปุ๋ยไส้เดือนแท้ 100%

ปุ๋ยชีวภาพคุณภาพดี ใส่ได้ทุกอย่าง

สนใจประสานสั่งซื้อ ตรงได้ที่กลุ่มครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาที่ ศูนย์ฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัย ม.8 ต.เกาะขันธ์

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 ศูนย์ฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัย ม.8 ต.เกาะขันธ์ และเครือข่ายชุมชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชะอวด-เชียรใหญ่ ประชุมเตรียมการ จัดอบรม ในการพัฒนาข้อมูล การแจ้งเตือนภัย การพยากรอากาศ ราวมกับกรมอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสงขลา มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับเครือข่ายสึนามิ ลงพื้นที่ไปช่วยผู้ประสบภัยที่นีเมื่อต้นปี ทำให้ชุมชนมีระบบองค์กรชุมชน เสริมศักยภาพชุมชน จนสร้างความร่วมมือกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ในการต่อยอดในชุมชน เชื่อมโยงภูมินิเวศน์ ลุ่มน้ำ และประสานกับอุตุนิยมวิทยา จ.สงขลา

และในวันที่ 12 กันยายน 2560 ทางชุมชน ร่วมกับเครือข่าย จัดเวทีแลกเปลี่ยนและเพิ่มองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาการเตือนภัยกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก วัตถุประสงค์ 

  1. เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา การเตือนภัยธรรมชาติ. การประยุกต์ใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาแก่เครือข่าย และสามารถมาปรับ ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. ประสบการณ์การ ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา และการเตือนภัยธรรมชาติระหว่างสมาชิกเครือข่ายและศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก2.เพื่อจัดทำฐานข้อมูลเครื่อข่าย แลกเปลี่ยน 
  3. เพื่อจัดหาชองทางการส่งข่าวระหว่างเครือข่าย กับศูนย์อุตุฯ

ความเข้มแข็งของชุมชนผู้ประสบภัยเกิดขึ้นได้หากเราช่วยเขาให้ช่วยตัวเองได้
มูลนิธิชุมชนไท. ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาแล้วกว่า 13 ปี ทุกพื้นที่เติบโต เข้มแข็งต่อเนื่องได้อย่างยั่งยืน