คืนความสุขให้ประชาชน คืนที่ดินบรรพบุรุษให้ชาวเล

จากเหตุการณ์วันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2560 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมฉายวีดีทัศน์ผลงานลงพื้นที่ชุมชนชาวเลราไวย์ ทำให้หลายฝ่ายมีความดีใจร่วมกันว่ารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาให้ชาวเลราไวย์แล้ว แต่กลับเป็นว่า เป็นการชื่นชมแต่ไม่แก้ไข ยังไม่มีมติแก้ปัญหา ทั้ง ๆ ที่ ดีเอสไอเผยเสนอให้กรมที่ดินยกเลิกเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบแล้ว

อ่านต่อ
สำนักข่าวชายขอบ

http://transbordernews.in.th/home/?p=17770

http://transbordernews.in.th/home/?p=17790

จากเหตุการณ์ในวันนั้น ชาวเลราไวย์คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อขอให้รัฐบาลคืนความสุขให้ประชาชน คืนที่ดินของบรรพบุรุษคืนให้พวกเขา แล้วในวันที่ 9 ตค.60 ช่วงเช้า ชาวเลราไวย์ 10 คน ได้เตรียมยื่นหนังสือถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย. ณ รัฐสภา เพื่อ
1.ให้ สนช.ตรวจสอบการทำงานขออธิบดีกรมที่ดิน
2.ให้ สนช.ตรวจสอบ ครม.ที่สื่อสารกับคนทั้งประเทศ ว่าแก้ปัญหาให้ชาวเลราไวย์แล้ว
3.ขอให้ แก้กฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ให้เอาอำนาจอธิบดีกรมที่ดิน ในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ เป็นอำนาจคณะกรรมการภายใต้กระทรวงยุติธรรมแทน

และหลังจากนั้นจะไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ทำตามสัญญาประชาคมในรายการเดินหน้าประเทศไทย เมื่อ 3 ตค.60


ภาพจากข่าวโพสต์ทูเดย์

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ชาวเลชุมชนบ้านราไวย์ หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้มีตัวแทนมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการแก้ปัญหาที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต โดยมีเนื้อหาดังนี้

จากการร้องเรียนหลาย ๆ ครั้ง รัฐบาลจึงมีการตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเลขึ้น และมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามาช่วยเหลือสืบค้นข้อมูลหาพยานหลักฐานเพื่อช่วยให้ชาวเลนำไปต่อสู้คดีในศาล และยันยันกับกรมที่ดินถึงการอยู่อาศัยมาก่อนของชาวเล อาทิเช่น 1) แผนที่ทางอากาศตั้งแต่ปี 2493 ระบุมีหมู่บ้านชาวเลอยู่ต่อเนื่อง 2) ทะเบียนนักเรียนปี 2475 มีชาวเลกว่า 30 คนเข้าเรียน 3) การขุดกระดูบรรพบุรุษตรวจ DNA ตรงกับชาวเลปัจจุบัน 4) การพิสูจน์จากภาพถ่ายและวีดีทัศน์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยี่ยมชาวเลราไวย์เมื่อปี 2502 พบว่าต้นมะพร้าวอายุกว่า 30 ปี ซึ่งได้แย้งการขอออกเอกสารสิทธิของเอกชนที่อ้างว่าทำสวนมะพร้าวมา 10 ปี และมีภาพเรือของชาวเลใกล้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับยืนอีกด้วย

ผลการตรวจสอบ มีการดำเนินการดังนี้ 
1) เสนอให้อธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมิชอบมาทับชุมชนชาวเลราไวย์ แต่กรมที่ดินเพิกเฉย

2) ใช้ข้อมูลเป็นหลักฐานพยานทำให้ศาลยกฟ้องกรณีเอกชนฟ้องขับไล่ชาวเลราไวย์มาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งภาพการเสด็จของรัชกาลที่ 9 เป็นพยานสำคัญ

ชาวเลราไวย์ จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบกระบวนการแก้ปัญหาที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ดังนี้
1) เสนอให้ตรวจสอบการปฏิบัติงานของอธิบดีกรมที่ดิน ที่ไม่ทำการเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดิน ที่ออกมาทับชุมชนชาวเลราไวย์โดยมิชอบ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล (ตามรายงานการตรวจสอบขอกรมสอบสวนคดีพิเศษ : DSI) รวมทั้งรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคำพิพากษาของศาลจังหวัดภูเก็ตที่ยกฟ้องกรณีเอกชนฟ้องขับไล่ชาวเลราไวย์ถึง 5 ครั้ง

2) จากรายงานผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 ตุลาคม 2560 ทางรายการเดินหน้าประเทศไทยได้รายงานต่อสังคมและสาธารณะ ระบุว่ารัฐบาลได้แก้ปัญหาที่ดินชาวเลราไวย์แล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณประชาคม จึงขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินชาวเลราไวย์ ตามที่สื่อสารต่อสังคมและสาธารณะ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ในวันเดียวกัน นายนิรันดร์ หยังปาน ชาวเลชุมชนราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตพร้อมตัวแทนชาวเล 10 ราย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวเล

ทั้งนี้ชาวเลได้ร้องเรียนถึงกรณีที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ช่วยเหลือสืบค้นข้อมูล หาพยานหลักฐานเพื่อช่วยให้ชาวเลนำไปต่อสู้ในศาล โดยดีเอสไอยืนยันข้อมูลว่าถึงการอยู่อาศัยมาก่อนของชาวเล และจัดทำข้อเสนอให้เสนอให้อธิบดีกรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมิชอบทับที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ แต่กรมที่ดินกลับเพิกเฉย ขณะศาลยกฟ้องกรณีเอกชนฟ้องขับไล่ชาวเลราไวย์มาแล้ว แต่ปัญหาปัญหาของชาวเลราไวย์ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ภายหลังการยื่นหนังสือ นายจำนงค์ จิตนิรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังการรับหนังสือนายสุรชัยได้พูดคุยกับชาวบ้านและยอมรับว่าทาง สนช. เอง. เข้าใจผิดว่าการแก้ไขปัญหาของชาวเลราไวย์กลายเป็นมติ ครม.แล้ว และเพิ่งทราบข้อเท็จจริงจากชาวเลมายื่นหนังสือครั้งนี้นี่เองว่า การนำเสนอผลงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่ดินชาวเลราไวย์เป็นเพียงการแจ้ง ครม.เพื่อรับทราบ แต่เท่าที่รู้ข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า กระบวนการตัดสินยังไม่ถึงที่สิ้นสุด สนช.จึงจำเป็นต้องให้ความสนใจ และติดตาม โดยทราบดีว่ามีคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ มีคดีที่ทางเอกชนชนะ และแพ้คดีในตอนหลัง ซึ่งชาวเลราไวย์สามารถนำคำพิพากษาของศาลมายืนยันได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ นายสุรชัยแจ้งว่า จะมอบให้กับทางคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สนช.ไปเร่งดำเนินการ และระบุว่าหากว่างลงพื้นที่ยินดีจะไปร่วมรับฟัง “

เวลาที่คุยกันมีไม่มาก แต่ทางชาวเลอ่านข้อเสนอแบบรวบรัดและใช้เวลาเจรจายืนยันว่าแม้ว่าคดีไม่สิ้นสุด เพราะเอกชนยื่นอุทธรณ์สู้คดี แต่เรื่องที่ดินนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตัวแทนดีเอสไอ และหลายส่วนก็เคยรับทราบและพยายามนำเสนอข้อมูลชี้ชัดว่าชาวเลอยู่ก่อน ซึ่ง หาก สนช.จะเมตตาและลงพื้นที่ไปติดตามก็เป็นข่าวดีสำหรับชาวเลราไวย์ เนื่องจากเวลามีจำกัด ทาง สนช.ยังไม่ได้ให้คำตอบถึงกรณี การตรวจสอบการทำหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากราไวย์ได้รับการแก้ปัญหา ก็เป็นตัวอย่างและบรรทัดฐานแก่พื้นที่อื่นได้” นายจำนงค์ กล่าว

สำนักข่าวชายขอบ : http://transbordernews.in.th/home/?p=17800 

------------------------------

ข่าวที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา :

"ดีเอสไอ" ฟันธงชาวเลราไวย์อยู่ก่อน 100 ปี พบ ส.ค.1 ออกไม่ชอบ กม.ครอบที่ดินชาวเล
https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1454067693

--------------

เดินหน้าประเทศไทย ทำชาวเลเข้าใจผิด “ครม.ยังไม่มีมติคืนที่ดิน”
https://www.youtube.com/watch?v=lLT3hybDXV4

--------------

เดินหน้าประเทศไทย - มติ ครม.ฉบับประชาชน | 3 ตุลาคม 2560
https://youtu.be/6QysM5_KCM4?t=2m53s

--------------