ชาวเลยื่น 7 ข้อเสนอภาครัฐ เกิดเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมชาวเล

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 ที่ชุมชนชาวเลบ้านทับตะวัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้มีการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 8 โดยมีชาวมอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ยจากจังหวัดสตูล กระบี่ ภูเก็ต พังงา และระนอง ราว 500 คนรวมทั้งชาวบ้าน นักวิชาการและผู้ที่สนใจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ปัจจุบันมีชุมชนชาวเลที่ยังไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย 40 แห่ง โดย 36 แห่ง คือ ชุมชนในที่ดินรัฐ ถึงแม้ว่าตอนนี้ยังไม่มีการขับไล่ แต่ยังไม่มีหลักประกันว่าเราจะอยู่ได้มั่นคงชั่วลูกหลาน ที่ดินที่มีเอกชนอ้างสิทธิ์เหนือชุมชนชาวเล 5 แห่ง มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวเลกว่า 127 คดี และมีแนวโน้มจะมากขึ้น

ชาวเลมีพื้นที่สุสาน พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับทำพิธีกรรม รวม 23 แห่ง ไม่มีเอกสารขึ้นทะเบียน 20 แห่ง มีเอกสารแล้ว 3 แห่ง มีที่ถูกรุกล้ำด้วยวิธีการต่างๆ 13 แห่ง บางแห่งมีการออกเอกสารสิทธิ์ทับสุสาน บางแห่งมีการห้ามเข้าไปฝังศพ บางแห่งมีคนมาบุกรุก เช่น สุสานแหลมทุ่งยุง สุสานบอแน ที่เกาะลันตา สุสานที่เกาะพีพี สุสานทุ่งหว้า สุสานเกาะเปลว พังงา สุสานที่หลีเป๊ะ สตูล สุสานที่เกาะสิเหร่ ภูเก็ต เป็นต้น

นอกจากนั้น ชาวเลยังคงมีปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาอีกมากมาย เช่น การทำมาหากินในทะเลแต่เดิมชาวบ้านหากินได้ แต่หลังจากที่มีการประกาศเขตอุทยาน ประกาศเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำ รวมทั้งนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้พวกตนหากินยากลำบากขึ้น ต้องออกทะเลไกล ต้องดำน้ำลึกขึ้น มีหลายคนต้องพิการเป็นอัมพฤกษ์เพราะน้ำหนีบ ซึ่งในปัจจุบันมีความคืบหน้าในการดำเนินการแก้ปัญหาของ “อนุกรรมการชุดพื้นที่ทำกินทางทะเลของชาวเล” ที่มีมติร่วมกันในเรื่องการผ่อนปรนการทำมาหากินทางทะเลของชาวเล

และยังมีชาวเลที่ไม่มีบัตรประชาชน ประมาณ 550 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดระนองประมาณ 320 คน และเกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ประมาณ 211 คน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ทั้งการไปหาหมอ การหางานทำ การเดินทางไปไหนมาไหนก็ลำบาก

จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงาน องค์กร บุคคลที่เกี่ยวข้องยุติการละเมิดสิทธิของชุมชนชาวเล ยุติการคุกคามข่มขู่ชาวเล สนับสนุนการแก้ปัญหาและพัฒนาอย่างจริงจังต่อเนื่อง ให้เกิดผลจริง ๆ และมีแนวทางพัฒนาและแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วม สนับสนุนการลงนามความร่วมมือในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนชาวเล เพื่อให้เกิดเขตคุ้มครองทางวัฒธรรมชุมชนชาวเล  ... นางสาวอรวรรณ หาญทะเล ตัวแทนชาวเลกล่าวในงานรวมญาติชาวเล ครั้งที่ 8 

และหลังจากนั้น ผู้แทนชาวเลจากพื้นที่ต่าง ๆ ได้ร่วมกันยื่นหนังสือกับผู้แทนภาครัฐ โดยในหนังสือมีข้อเรียกร้องประกอบด้วย 

1.ให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการนโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธ์ชาวเล ตามมติคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2553 

2.เร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินชุมชนชาวเล ตามข้อเสนอของคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณชุมชนชาวเล ซึ่งมีพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน 

3.เสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีการทำแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ 5 ปี (2561 – 2565 ) และจัดตั้งกองกิจการชาติพันธุ์ขึ้นมาใหม่ 

4.ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ เสนอกฎหมายเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม 

5.ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กันแนวเขตที่ดินที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และเขตหากินในทะเล ออกจากการประกาศเขตอนุรักษ์ทับพื้นที่ทซึ่งบรรพบุรุษของชาวเลได้อยู่อาศัย และทำกินมาก่อน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของหลายฝ่าย 

6.ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินนโยบายการท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงผลกระทบ ต่อชุมชนชาวเล 

7.ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งแก้ไขปัญหาการไร้สัญชาติของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล จำนวน 550 คน


ที่มา
สำนักข่าวชายขอบ : http://transbordernews.in.th/home/?p=18010