อุทยานจับ ชาวเลราไวย์ร้องนายก เข้าพบผู้ว่าราชการ ขอความเป็นธรรม

วันนี้ 11 มกราคม 2561 ชาวเลชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต มายื่นหนังสือและขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กรณีชาวเลราไวย์ 6 คน ที่ถูกกล่าวหาให้เป็นผู้หาจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ แต่ข้อเท็จจริงชาวเลทั้ง 6 คนไม่ได้จับสัตว์น้ำ เพียงแต่จอดเรือเพื่อให้เพื่อนคนหนึ่งที่ถูกน้ำหนีบ (โรคเบนด์) ลงในน้ำเพื่อรักษาอาการ เพื่อปรับสมดุลย์ของร่างกาย เสร็จแล้วก็จะรีบกลับขึ้นฝั่งเพื่อไปโรงพยาบาล แต่ถูกเจ้าหน้าที่มาจับคุมเสียก่อน ทำให้ถูกพาตัวไปสอบสวนและให้เซ็นต์รับสารภาพ โดยใช้เวลานาน ทำให้คนป่วยไปโรงพยาบาลช้า ขณะนี้ชาวเลคนที่ถูกน้ำหนีบต้องสูญเสียหูหนวก 1 ข้าง และขา ขณะนี้ไม่สามารถเดินเองได้ ต้องมีคนประคอง เขากำลังจะเป็นคนพิการไปแล้ว 

ชาวเลชุมชนราไวย์ จึงได้มาร่วมกันให้กำลังใจในการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดในวันนี้ เพื่อขอความเป็นธรรมเรื่องที่ถูกอุทยานสิรินาถ กล่าวหาว่าชาวเลไวย์ 6 คน ไปจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานทั้งที่ชาวเลไม่ได้จับสัตว์น้ำในเขตอุทยานเลย

ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถเข้าจับคุมตัวชาวเลราไวย์ 6 คนที่จอดเรือเพื่อให้ผู้ป่วย 1 ใน 6 ที่ถูกน้ำหนีบ (โรคเบนด์) ลงในน้ำเพื่อปรับสมดุลย์ของร่างกายก่อนนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งตรงจุดนั้นเป็นพื้นที่เขตอุทยานฯ แต่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับคุมแล้วยัดข้อหาชาวเล 6 คนจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานมีความผิดตามกฎหมาย แต่ความจริง ชาวเลราไวย์ ภูเก็ต 6 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานสิรินาถภูเก็ตจับนั้น เพิ่งกลับมาจากหาปลาที่พังงา และในเรือมีคนป่วย 1 คน เพราะน้ำหนีบ จึงต้องจอดเรือฉุกเฉินที่เขตอุทยานฯ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ปรับตัวจากสภาพน้ำหนีบทุก ๆ 1-2 ชั่วโมงก่อนส่งโรงพยาบาล (คือการลงน้ำและขึ้นจากน้ำอย่างช้าๆตามวิธีชาวเล)  แต่เจ้าหน้าที่อุทยานเหมือนจะไม่สนใจ นำตัวเขาไปสอบสวนเพื่อจะให้ชาวเลรับสารภาพ แล้วจ่ายค่าปรับคนละ 2-3 พันบาท  แต่ชาวเลไม่ยอมเพราะไม่ได้ทำผิด ปลาที่หามา ได้มาจากทะเลจังหวัดพังงา ไม่ได้หาในเขตอุทยานฯนี้ โดยขั้นตอนการสอบสวนใช้เวลานานเกินกว่า 1 ชั่วโมง จนคนป่วยอาการกำเริบ จึงได้โทร.แจ้งรถพยาบาลฉุกเฉิน 1669 มารับคนป่วยส่งโรงพยาบาล ภายในวันนั้น เพื่อน ๆ ชาวเลราไวย์ได้แจ้งข่าวว่า ผู้ป่วยเขาเสียหูไป 1 ข้าง อาจเสียขาอีก 1 ข้าง ตอนนี้เดินเองไม่ได้ต้องมีคนประคอง  ซึ่งในวันนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานนำตัวเขาขึ้นจากทะเลแล้ว แล้วนำส่งตัวไปโรงพยาบาลทันที หู และ ขา ของเขาอาจจะไม่ต้องสูญเสียเลยก็ได้ เพราะโรงพยาบาลมีอุปกรณ์ปรับสมดุลย์ของร่างกายให้กับผู้ป่วยที่ถูกน้ำหนีบ หรือเรียกว่า "โรคเบนด์"  โดยโรคนี้ถ้านำส่งตัวไปโรงพยาบาลช้าจะทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ ชาวเลราไวย์คนนี้โชคดีที่ไม่เสียชีวิต แต่เขาอาจเป็นคนพิการไปตลอตชีวิต

ชาวเล (มอแกน มอแกลน อูรักราโว้ย) เป็นคนไทยกลุ่มเดียวในทะเลอันดามัน ที่ยังคงดำน้ำจับปลา ด้วยมือ เหล็กยิงปลา และปั้มลม และอุปกรณ์อื่น ๆ รวม 17 ชนิด ที่ไม่ทำลายล้างต่อสัตว์น้ำ เป็นวิถีทำประมงแบบดั้งเดิมที่ถูกสืบทอดกันมามากกว่า 150 ปี ด้วยเหตุผลนี้ ในการประชุมของ"คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพประมงของชุมชนชาวเล" แต่งตั้งโดยพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง "ประธานกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตตวิญญาณของชุมชนชาวเล" ที่ถูกแต่งตั้งโดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นั้น มีมติอนุญาตให้ใช้เครื่องมือหาปลา 17 ชนิดนี้ได้ และผ่อนปรนให้หาสัตว์น้ำในพื้นที่เขตอุทยานฯ ได้ แต่ชาวเลส่วนใหญ่ต้องการให้มีการอนุรักษ์สัตว์น้ำไว้ในเขตอุทยาน โดยจะเลือกการหาสัตว์น้ำนอกพื้นที่เขตอุทยานแทน

2 มิถุนายน 2553 รัฐบาล มีมติคณะรัฐมนตรี ให้มีการผ่อนปรนให้ชาวเลหากินในทะเลได้ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม (ตามลิ้งนี้) และให้มีกรรมการทำงานร่วมกับอุทยานฯทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้งประชุม หารือ กำหนดจุดผ่อนปรน กำหนดเครื่องมือการทำประมง จนมีข้อตกลงด้วยกันตามนโยบายมติคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ชาวเลยังเหมือนถูกกลั่นแกล้ง ยังถูกอุทุยานจับ เหมือนมติคณะรัฐมนตรีเป็นแค่กระดาษธรรมดาไร้ความหมายแผ่นหนึ่งเท่านั้น

ชาวเลฝั่งทะเลอันดามันเกิดและอยู่อาศัยมาก่อนนับร้อย ๆ ปีมีอุทยานแห่งชาติมากกว่า 100 ปี  อุทยานเกิดมาทีหลัง แล้วประกาศทับที่ ขับไล่ชาวเลราไวย์ เกาะพีพี เกาะสิเหร่ ฯลฯ ไม่ให้เข้ามาทำกิน ถึงแม้จะมีมีมติ ครม.แล้วก็ตาม ที่ผ่อนปรนให้หาปลาในเขตอุทยานได้ แต่ชาวเลใจใหญ่ กลับไม่หา ไปหาปลาที่อื่นแทน จนมาถึงวันที่ 8 ม.ค.61 มีชาวเลป่วยถูกน้ำหนีบ (โรคเบนด์) แล้วผ่านมาในเขตอุทยานแวะรักษา โดยดำลงน้ำเพื่อปรับสมดุลย์ ในวันนั้นถ้าเจ้าหน้าที่อุทยานใช้กฎหมายโดยมีมนุษยธรรม แล้วใช้มติ ครม.นำมาใช้ในการปฏิบัติ ก็สามารถแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีนี้ เขาป่วยจริง ๆ ถ้าช่วยถึงหมอได้ไวไว เขาอาจไม่ต้องพิการ แล้วอุทยานก็จะได้คน ได้ใจ (ชาวเล) ไว้ร่วมรักษ์ทะเลสืบต่อไป
 
 
วันที่ 10 มกราคม 2561 ชาวเลราไวย์ เข้าร้องต่อนายกเทศบาลตำบลราไวย์แล้ว โดยนายกเทศบาลตำบลราไวย์และผู้นำท้องถิ่นร่วมกับชาวเลราไวย์ จะพาชาวเลราไวย์ 6 คนที่ถูกกล่าวหาให้เป็นผู้ต้องหา ไปเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ศาลกลางจังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 11 มกราคม 2561 เพื่อขอความเป็นธรรมเรื่องที่ถูกอุทยานสิรินาถ กล่าวหาว่าชาวเลไวย์ไปจับสัตว์น้ำในเขตอุทยานทั้งที่ชาวเลไม่ได้จับสัตว์น้ำในเขตอุทยานเลย ถึงแม้จะมีมติ ครม. 2 มิ.ย.53 ให้ผ่อนปรนให้ชาวเลจับสัตว์น้ำได้ก็ตาม