รัฐ ต้องไม่ทิ้งผู้หญิงไว้ข้างหลัง

เช้าวันที่ 6 มีนาคม 2561 เครือข่ายสตรี 4 ภาค มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิพิทักษ์สตรี และมูลนิธิชุมชนไท โดยมีสตรีจากเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง(คปสม.) เครือข่ายชุมชนจังหวัดพังงา เครือข่ายชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี เครือข่ายสิ่งแวดล้อมปทุมธานี เครือข่ายการคืนสัญชาติคนไทยพลัดถิ่น เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน รวมประมาณ 60 คน มาร่วมการแถลงข่าวและประกาศเจตนารมณ์ ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล (ตึก กพ.) โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายที่เข้าร่วมได้ร่วมกันอ่านคำแถลงข่าวในวันนี้ และยื่นหนังสือข้อเสนอนโยบาย เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนา 2561 เพื่อเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ตาม SDGs มาตรการที่ 5 ตัวชี้วัดความเท่าเทียมระหว่างเพศ รัฐต้องส่งเสริมความเสมอภาคเสริมพลังบทบาทอำนาจให้กับผู้หญิงและเด็ก โดยใช้ชื่อในการร่วมกันยื่น 10 ข้อเสนอในวันนี้ว่า "รัฐ ต้องไม่ทิ้งผู้หญิงไว้ข้างหลัง"

10 ข้อเสนอนโยบาย มีดังนี้

1. ยกระดับในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง ทัศนคติและวิธีการจัดการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมที่ไม่เห็นความสำคัญของการทำงานในเชิงป้องกันและการซ้ำเติม เสมือนการเติมเชื้อไฟให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงมากขึ้น

2. รัฐต้องเร่งสร้างช่องทางด่วนพิเศษ ยกระดับองค์ความรู้รฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็กสตรีและบุคคลในครอบครัว โดยยกระดับทักษะ เสริมศักยภาพในการไกล่เกลี่ยให้กับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชน ศูนย์ไกล่เกลี่ย ขององค์การบริหารส่วนตำบลในการทำงานคุ้มครองสวัสดิการ ความปลอดภัยให้กับเด็ก สตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง การละเมิดทางเพศ ให้ได้รับการคุ้มครองภายใน 5 นาที

3. ขอให้นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่ง นโยบาย เร่งด่วนพร้อมงบประมาณที่เพียงพอ ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดกิจกรรมเชิงรุก การทำกระบวนการเรียนรู้ให้กลุ่มผู้ชายในชุมชน

4. มีมาตรการคุ้มครองเด็ก เยาวชน สตรี และผู้สูงวัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

5. ขอเรียกร้องให้รัฐมีการเพิ่มมาตราการ ควบคุมเวลา การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จาก 24.00 น. เป็น 23.00 น. เพราะน้ำเมาเป็นปัจจัยร่วมของการกระตุ้น ให้เกิดการใช้ความรุ่นแรงในชีวิตคู่ หรือการละเมิดทางเพศ เด็ก ผู้หญิง หลายกรณีที่ เด็ก ผู้หญิง ต้องมาเสียชีวิต พิการอย่างโหดร้ายทารุณ

6. ยกระดับความเข้มข้น จริงจัง ติดตามตรวจสอบการแก้ปัญหาการค้าหญิงและเด็ก

7. รัฐบาลต้องมีมาตรการในการควบคุมหรือยกเลิกการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม

8. รัฐต้องทบทวนและขอให้ยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน การทำเหมืองแร่ทองคำใกล้ชุมชน

9. รัฐต้องควบคุมการบังคับใช้กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่อย่างเคร่งครัด เนื่องการบริโภคบุหรี่/ยาสูบ ที่มีอันตราร้ายแรงต่อสุขภาพผู้หญิง

และโดยเฉพาะข้อที่ 10 ผู้หญิงชนบทกว่า 4.9 ล้านครอบครัว กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตไม่มีที่ดินทำกินและไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย เช่น ผู้หญิงในหลายพื้นที่ถูกแย่งชิงที่ดินที่อยู่อาศัย และกำลังต่อสู้กับกลุ่มทุนเป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี เช่น ผู้หญิงเทพาจังหวัดสงขลา ผู้หญิงชาวเลหลีเป๊ะที่ถูกนายทุนฟ้องขับไล่ ผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ถูกไล่ที่จากการทวงคืนผืนป่าและการไร้สัญชาติของหญิงไทยพลัดถิ่น ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิทุกมิติ ฉะนั้ัน รัฐจึงต้องสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย ที่ดิน ที่ทำกิน โดยการออกเอกสารสิทธิร่วมหรือโฉนดชุมชน โดยเฉพาะที่ดินที่เป็นของรัฐ ให้กับกลุ่มผู้หญิงและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงชายขอบทั้งในชุมชนแออัด กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง รวมทั้งผู้หญิงที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนหรือคนไร้สัญชาติ

หลังจากได้ร่วมกันแถลงข่าวแล้วได้ยืนหนังสือต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์รัฐบาล เพื่อเรียนถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา และจะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องและ DSI ด้วย