คปสม. ร่วมกันทบทวน เดินหน้า ร่วมมือกับรัฐแก้ไขปัญหาสร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน

วันที่ 24-25 มกราคม 2562 เครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จังหวัดพังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ , เครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาชุมชน จังหวัดภูเก็ต , เครือข่ายชาวเล จังหวัดพังงา กระบี่ ภูเก็ต สตูล , เครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) จังหวัดพังงา , เครือขายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมืองอุบลราชธานี ได้ประชุมร่วมกัน ณ ศูนย์เครือข่ายมิตรไมตรี จังหวัดภูเก็ต โดยมีผู้เข้าร่วม 33 คน แยกเป็นผู้หญิง 20 คน และผู้ชาย 13 คน เพื่อทบทวนผลการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาที่ดิน ปัญหาสถานะ ปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติ และร่วมกันหาแนวทางในการผลักดันนโยบายเรื่องเขตคุ้มครองวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในชุมชน

ทบทวนความคืบหน้าและผลสำเร็จที่ผ่านมา คือ เกิดเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ร่วมกันแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่น , เกิดขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ร่วมกันแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย , เกิด พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2555 ในการแก้ปัญหาสถานะของคนไทยพลัดถิ่น , เกิดคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางจิตวิญญาณ เพื่อแก้ไขปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในระดับนโยบาย , เกิดอนุกรรมการแก้ไขปัญหาตามประเด็นปัญหาของพีมูฟ จำนวน 6 ชุด ในการแก้ไขปัญหาของภาคีเครือข่าย คปสม.

กรณีภัยพิบัติที่ส่งผลให้เกิดปัญหาที่อยู่อาศัย
- ชุมชนเกาะผี จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นสมาชิกของเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต เกิดไฟไหม้ในชุมชน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562 ทำให้บ้านจำนวน 6 หลังคาเรือน เสียหาย เบื้องต้นได้มีการแจ้งความต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานแล้ว และได้ให้ชาวบ้านมาอาศัยอยู่ชั่วคราวที่ศูนย์มิตรไมตรีเป็นการชั่วคราว มีสมาชิกในเครือข่ายช่วยเหลือข้าวสาร อาหารแห้ง และมีหน่วยงานรัฐเข้ามาพูดคุยเรื่องการสร้างบ้าน โดยชาวบ้านได้ทำรายละเอียดของที่อยู่อาศัยเสนอไปแล้ว หลังจากนั้นชาวบ้านจะช่วยกันปรับปรุงพื้นที่ในการสร้างบ้าน และช่วยกันระดมทุนเพื่อการก่อสร้างบ้านเพิ่มเติม ในการสร้างบ้านสมาชิกเครือข่ายร่วมจะช่วยกันระดมช่างอาสาจากชุมชนต่าง ๆ ต่อไป

ประเมินความคืบหน้าและผลของการแก้ปัญหา
-
กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ได้ร่วมกันหารือแนวทางในการขับเคลื่อน ผลักดันให้มีหนังสือสั่งการณ์จากกรมการปกครองให้ท้องถิ่นเร่งดำเนินการ , เสนอให้กรมการปกครองเร่งรัดติดตามการดำเนินงานของกลุ่มลาวอพยพ กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น ส่วนการแก้ไขปัญหาในระดับเครือข่ายเบื้องต้น คือ ให้คนไทยพลัดถิ่นเข้าสู่กองทุนโครงการดีเอ็นเอของกระทรวงมหาดไทย และ ผลักดันให้สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาลและสิทธิกองทุนสุขภาวะได้ในระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา

- ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ร่วมกันผลักดันเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับรองการอยู่อาศัยของชุมชน ตามมติคณะรัฐมนตรี และให้สิทธิในที่ดินแก่ชาวบ้านในชุมชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินก่อน 30 มิ.ย.2541 , ให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินหลังปี พ.ศ.2545 แต่ก่อนปี พ.ศ.2557 เข้าสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และกรณีที่มีผู้เข้าอยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินหลังจากปี พ.ศ.2557 เสนอให้ยึดคืนตามนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล

- ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะและที่ดินปล่อยทิ้งร้าง ให้ดำเนินการเป็นพื้นที่โมเดลโฉนดชุมชน คือ ชุมชนหาดเว หนองกินเพล จังหวัดอุบลราชธานี , ชุมชนหลังเวทีสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต และชุมชนทับยาง จังหวัดพังงา

- ชุมชนบ้านลำเลียง จังหวัดระนอง ให้ดำเนินการประสานหน่วยงานรัฐในท้องถิ่นเพื่อรังวัดกันแนวเขตป่า โดยแยกระหว่างแนวเขตชุมชนกับเขตพื้นที่ป่า

- ผลักดันผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินของจังหวัดพังงา เพื่อให้การดำเนินงานได้ต่อเนื่อง เนื่องจากคณะกรรมการชุดเดิมหมดอายุตามวาระไปแล้ว

ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ สปก. มีดังนี้

- ชุมชนบางพระเหนือ จังหวัดระนอง ได้เข้าร่วมการผลักดันการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทับซ้อนกันระหว่างที่ดิน สปก.ของชุมชนกับที่ดินของรัฐ ปัจจุบันชาวบ้านสามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ ทำกินในพื้นที่ได้ และ

- ชุมชนห้วยฝั่งแดง มีสมาชิกในชุมชน 9 ครอบครัว ได้ร่วมกับพีมูฟยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลร่วมให้ชดเชยค่าเสียโอกาสในการทำมาหากินจากการสร้างอ่างเก็บน้ำของรัฐบาลและทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนในการทำกินในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 จำนวนเงิน 16 ล้านบาท

- การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง  มีชุมชนที่ได้รับการอนุมัติการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแล้ว จำนวน 17 ชุมชน ในจังหวัดภูเก็ต 14 ชุมชน ชุมชนในจังหวัดพังงา 3 ชุมชน และมีชุมชนรอการอนุมัติดำเนินการอีก 9 ชุมชน และชุมชนที่อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเสนอโครงการอีก 10 ชุมชน

ชุมชนที่มีข้อพิพาทด้านคดีในชั้นศาล กรณีที่เป็นคดีพิพาทกับหน่วยงานรัฐ ในที่ประชุมเห็นว่าคดีที่มีข้อสรุปแล้วให้ชุมชนเร่งดำเนินการผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ทันที และชุมชนอยู่ระหว่างการชะลอคดี ให้เร่งการผลักดันเข้าสู่กองทุนยุติธรรมต่อไป

แนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม ในที่ประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการผลักดันให้เกิดเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล โดยได้นำเนื้อหาในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2553 ที่มีเรื่องของการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่ชุมชนชาวเลให้เป็นพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ โดยร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2562-2563 ในเรื่อง  (1) เกิดพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทางจิตวิญญาณ พื้นที่พิธีกรรม (2) อุปกรณ์ประมงที่สามารถทำกินในทะเลได้ทุกพื้นที่ (3) การส่งเสริมวัฒนธรรม ภาษา ศิลปะ (4) ภูมิปัญญา/ความเชื่อ และยกระดับมหกรรมวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลที่มีการจัดขึ้นทุกปี ไว้ในราชกิจจานุเบกษา

การยกระดับ คปสม./พีมูฟ ประเด็น
สร้างพลังสามัคคี จัดระบบความเข้มแข็งชุมชน และยกระดับเครือข่ายทุกมิติ ผลักดัน พ.ร.บ. 4 ฉบับ / ผลักดัน พ.ร.บ.เขตคุ้มครองวัฒนธรรม , พัฒนาคุณภาพชีวิตพื้นฐาน (น้ำ ไฟ ที่อยู่อาศัย การป้องกันภัยพิบัติ) , การพัฒนาสิ่งแวดล้อม , พัฒนาสังคมและนโยบายสาธารณะในการเข้าถึงสิทธิสถานะในฐานะประชาชน