ร่วมถอดประสบการณ์ สู่การจัดการภัยพืบัติโดยชุมชนเป็นแกนหลัก

ร่วมถอดบทเรียน ประสบการณ์การจัดการภัยพิบัติชุมชน ถก ปัญหา อุปสรรคในการเตรียมรับมือภัยพิบัติ เพื่อยกระดับไปสู่การปรับปรุง กฎหมาย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปี 2550 ให้สอดคล้องกับ แนวโน้มภัยพิบัติประเทศไทย
โดย มูลนิธิชุมชนไท ร่วมกับ สสส. จัดเวทีขึ้น โดยเครือข่ายภัยพิบัติชุมชน จะร่วมถอดประสบการณ์ สู่การจัดการภัยพืบัติโดยชุมชนเป็นแกนหลัก อย่างยั่งยืน

โครงการ สัมมนาวิชาการ “บทเรียนพิบัติภัยประเทศไทย สู่ การปรับปรุงนโยบาย  กฎหมาย
๑๗ – ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๒   โรงแรมเอบีนา เฮาส์ หลักสี่  กรุงเทพฯ
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส)

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ส่งผลต่อกระทบต่อการทำลายระบบนิเวศน์   ซึ่งแนวทางการจัดการภัยพิบัติระดับโลกจากการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ครั้งที่ 3 ณ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น  ที่ประชุมรับรอง Post-2015 Framework for Disaster Risk Reduction  ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานของโลกระยะเวลา 15 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2558-2573)  มีเป้าหมายในการป้องกันและลดความเสี่ยงภัยพิบัติ ผ่านภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม  เพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และมีปฏิญญาเซนได (Sendai Declaration) ซึ่งเป็นคำประกาศของประเทศสมาชิกที่จะร่วมสนับสนุนการดำเนินการตามกรอบการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติหลังปี พ.ศ.2558  รวมทั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDGs ข้อที่ 13 ระบุว่าดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

สถานการณ์ภัยพิบัติประเทศไทยภัยพิบัติธรรมชาติมีแนวโน้มเกิดบ่อยขึ้นในประเทศไทย ทั้งชนิดที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันโดยก่อความเสียหายรุนแรง กับชนิดที่คาดการณ์ได้แต่ก่อความเสียหายอย่างกว้างขวาง   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดประเภทภัยพิบัติเป็น  7 ภัยสำคัญได้แก่  (1)อุทกภัย-ดินโคลนถล่ม (2) พายุหมุนเขตร้อน  (3)แผ่นดินไหว  (4) สึนามิ (5)มหาอุทกภัย (6) ภัยแล้ง (7) ไฟป่า-หมอกควัน ซึ่งจะสร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิตทรัพย์สิน เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม คิดเป็นมูลค่ามหาศาลในแต่ละปี จากข้อมูลภัยและความเสียหายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ในระยะที่ผ่านมา  การขับเคลื่อน การจัดการภัยพิบัติ มีความพยายามอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งชุมชนท้องถิ่น องค์กร หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินการอย่างมาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง   แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ  รวมทั้งการทำงานยังมีข้อจำกัด ของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการอำนวยความสะดวกในการเตรียมความพร้อม ป้องกันภัยพิบัติในชุมชน ท้องถิ่น    

          ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายและกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านภัยพิบัติ   จึงจะต้องมีการดำเนินงานอย่างเป็นจริง    ให้เกิดรูปธรรมการทำงานที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที   โดยไม่มีข้อจำกัด  ในทุกระดับ    จึงได้จัดเวที  สัมมนาวิชาการ “บทเรียนพิบัติภัยประเทศไทย สู่ การปรับปรุงนโยบาย  กฎหมายส่งเสริมชุมชนจัดการภัย” ขึ้น

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อทบทวน นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การจัดการภัยพิบัติ
  2. เพื่อปรับปรุงเสนอ พรบ.ปภ 2550 ให้เอื้อเตรียมความพร้อมภัยพิบัติชุมชน
  3. เพื่อการวางแผน และการขับเคลื่อน นโยบาย ภัยพิบัติ

ผู้เข้าร่วม 80 คน

ผลที่คาดว่าจำได้รับ

  1. ข้อมูลสถานการณ์เกี่ยวกับ นโยบายภัยพิบัติ กฎหมายที่ส่งผลต่อแนวโน้ม การความเสียงภัย
  2. ความรู้ความเข้าใจ ของสังคมในการเตรียมพร้อมภัยพิบัติโดยชุมชน
  3. ข้อเสนอระดับนโยบาย สู่การ ทบทวน  พรบ ปภ  2550
  4. แผนการขับเคลื่อน ผลักดัน นโยบาย และกฎหมาย