เครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ตยื่น 11 ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล

1 พ.ย.63     คณะทำงานเตรียมงานจัดประชุมแกนนำเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต ประชุมร่วมกับที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมเพื่อเตรียมการเจรจา และยื่นข้อเสนอให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกร์ (นายธรรมนัท พรหมเผ่า) ในฐานะรองประธานกรรมการแก้ปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมซึ่งมีข้อ เสนอ ทั้งหมด 11 ข้อ 

1.ให้มีมติ ครม.คุ้มครองพื้นที่กรณีปัญหาของพีมูฟ ซึ่งอยู่ในการแก้ปัญหาร่วมกับรัฐบาลไม่ให้ถูกคุกคามจนกว่าการแก้ปัญหาจะมีข้อยุติทุกกรณีปัญหา

2.ให้ คทช. ดำเนินการนโยบายโฉนดชุมชน เป็นแนวทางหนึ่งซึ่งอยู่ภายใต้แนวทาง คทช. และดำเนินการรับพื้นที่โฉนดชุมชนที่ยื่นขอไว้ 486 ชุมชน เพื่อไปตรวจสอบและดำเนินการต่อเนื่องโดยเริ่มต้นจากชุมชนที่เป็นสมาชิกพีมูฟ ที่เสนอเป็นพื้นที่โฉนดชุมชนแล้ว

3.ให้ออกพระราชกฤษฎีกานิรโทษกรรมคดีความที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ที่ดิน ที่เกิดจากกระบวนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ โดยไม่มีการตรวจสอบ คดีผู้ได้รับผลกระทบจากแผนทวงคืนผืนป่า คดีความที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการแก้ปัญหาที่ดินกับรัฐล่าช้าจนเกิดคดีความคนจนขึ้น รวมทั้งยุติการดำเนินคดีกับทุกกรณีปัญหาที่อยู่ในกระบวนการแก้ปัญหาที่ล่าช้า

4.ทบทวนและยกเลิกกฎหมายลำดับรองที่ออกตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฉบับ พ.ศ. 2562 ทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งขัดกับสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ และทบทวนกฎหมายทั้ง 3 ฉบับด้วย

5.ให้สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินเร่งดำเนินการแก้ปัญหาชุมชนไร้ที่ดิน และสนับสนุนงบประมาณ ให้ บจธ.550 ล้านบาท เพื่อดำเนินการจัดซื้อที่ดินตามบัญชีของชุมชนที่จะดำเนินการแก้ปัญหาคนจนได้

6.ตามที่อดีตประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ รองนายกรัฐมนตรี(นายวิษณุ เครืองาม) ได้เคยมีบัญชาที่จะลงดูพื้นที่การจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนในรูปแบบโฉนดชุมชน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบาย คทช. จึงเสนอให้คณะกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ เป็นเจ้าภาพร่วมกับเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ตจัดงานมหกรรมโฉนดชุมชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตโดยประธานคระกรรมการแก้ปัญหาพีมูฟ รองนายกรัฐมนตรี ลงมาเป็นประธานจัดงาน และดูรูปธรรมในพื้นที่จริงโดยเร็ว

7.เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการผลักดัน พรบ.ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ตามแผนปฏิรูปประเทศ ในขณะที่ดำเนินการอยู่ให้รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล และ มติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง โดยให้มีคณะกรรมการอำนวยการ ติดตาม และขับดคลื่อนมติคณะรัฐมนตรี ทั้ง 2 เรื่องให้เกิดรูปธรรม

8.ให้รัฐบาลเร่งคุ้มครองเกษตรกรที่เคยได้รับสิทธิ สปก. แล้วและทำกินในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ต่อมาเกิดการทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และอื่นๆ ซึ่งกำลังถูกยึดคืนพื้นที่ สปก. และเริ่มมีปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินของสมาชิก และที่ดินที่เตรียมการแจก สปก.ใหม่ด้วย

9.นโยบายด้านสถานะและสิทธิบุคคล  
(9.1) นโยบายการแก้ปัญหาด้านสถานะและสิทธิบุคคลของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อเนื่องมายาวนานเป็นการเร่งด่วนภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน
(9.2) ให้ขยายมติคณะรัฐมนตรี 18 มกราคม 2548 เพื่อสำรวจคนตกหล่น/ตกสำรวจเป็นการเฉพาะ นำไปสู่การแก้ปัญหาคนไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ 
(9.3) แต่งตั้งกรรมการ/คณะทำงานแก้ปัญหาสถานะและสิทธิบุคคลที่เป็นกรรมการ/คณะทำงานกลางโดยปฎิบัติงานภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจน มีนักวิชาการด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีประสบการณ์การทำงานกับกลุ่มคนไร้สิทธิสถานะเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะกลุ่มปัญหา
(9.4) สั่งการให้เกิดการปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลงาน ให้นำไปสู่การปฏิบัติการได้จริง 
(9.5) จัดตั้งกองทุนตรวจ DNA กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มคนที่รอการแก้ปัญหาด้านสถานะ และการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน ทันที 
(9.6) จัดให้คนไทยพลัดถิ่นได้มีที่ดินทำกินในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินของรัฐ เพื่อให้สามารถเลี้ยงชีพและขจัดความยากจน ได้

10.แนวทางแก้ปัญหาของ สกต.ให้ส่งมอบพื้นที่ในรูปแบบของสถาบันเกษตรกร หรือสหกรณ์ทั้ง 5 ชุมชน หากไม่สามารถส่งมอบในรูปแบบสถาบันเกษตรกรได้ก็ให้จัดระเบียบโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการ ออกแบบ

11.ให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยออกมติคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย  เพื่อให้ชุมชนในที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถเช่าที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยได้ทั่วประเทศ ตามแนวมติคณะกรรมการรถไฟฯ เมื่อวันที่ 13  กันยายน 2543 ซึ่งเดิมเคยมีมติให้เช่าเพียง 61 ชุมชน

เวลา 17.30 น. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาถึงพื้นที่ื ศูนย์ประสานงานเครือข่ายสิทธิชุมชนพัฒนาภูเก็ต(อาคารมิตรไมตรี) ทางเครือข่าย ได้ยื่นหนังสือต่อร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อเรียนประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ)  และได้มีผลสรุป โดยมีการนัดหมายกับคณะทำงานรัฐมนตรี ในการจัดทำรายละเอียด ข้อสรุปการเจรจา และแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันอีกครั้ง ในวันที่ 2 พ.ย.63 ณ อาคารมิตรไมตรี ศูนย์ประสานงานเครือข่ายสิทธิคนจนพัฒนาภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต