ชาวเลชุมชนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เสนอขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อน

28 พฤศจิกายน 2563 ชุมชนเกาะหลีเป๊ะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลประจำปี 2563 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปะอาชา) เป็นประธานเปิดงาน 

ในคราวเดียวกันนี้ ตัวแทนชาวเลเกาะหลีเป๊ะได้ยื่นหนังหนังสือให้กับรัฐมนตรีฯ เพื่อขอให้แก้ปัญหาความเดือนร้อนกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักราโวย เกาะหลีเป๊ะ  เกาะอาดัง เกาะราวี โดยชาวเลอาศัยมาตั้งแต่ ปี  พ.ศ.2440  ก่อนมีการปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย แต่เมื่อมีการประกาศเขตอุทยานฯ ทำให้กลุ่มชาวเลถูกย้ายออกจากที่ดินและที่ทำกินดั้งเดิม มาอยู่รวมกันที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งคงเหลือชาวเลประมาณ 40 หลังที่ยืนยันอยู่ที่เกาะอาดัง และภายหลังมีนโยบายการท่องเที่ยวทำให้ชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะถูกเบียดขับออกจากที่ดิน ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งการข่มขู่คุกคาม การออกเอกสารสิทธิทับซ้อนที่อยู่อาศัยของชาวเล ฯลฯ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนชาวเลปัจจุบัน  มีผู้อ้างสิทธิ์และพยายามที่จะขับไล่ชาวเล ซึ่งหลายปัจจัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวเลมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตอุทยานฯหลายอย่าง จึงมีข้อเสนอขอให้มีการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 

1.พื้นที่ชุ่มน้ำดั้งเดิมบนเกาะถูกถมและก่อให้เกิดปัญหา มีข้อเสนอให้เร่งการทำข้อมูลระบบนิเวศน์ย่อยๆบนเกาะเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ชุมน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วม

2.ปัญหาการขาดแหล่งน้ำจืด ซึ่งเกาะหลีเป๊ะมีน้ำจืดจำกัด  มีการขุดเจาะบ่อบาดาล ควรมีมาตรการดูแลทั้งเรื่องปริมาณคุณภาพน้ำ

3.แก้ปัญหาขยะ ทั้งการลดปริมาณขยะ และการกำจัดขยะ โดยเฉพาะการขนถ่ายขยะโดยแพ ที่จอดหน้าหาดใกล้ชุมชน โรงเรียนส่งกลิ่นเหม็นรบกวน และทำลายทัศนียภาพชายหาด

4.แก้ปัญหาที่ดินอยู่อาศัยของชาวเล  โดยการตรวจสอบความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ / จัดทำโฉนดชุมชนให้กับชาวเลที่อยู่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์โดยเฉพาะ หมู่บ้านชาวเล ผู้ซึ่งอ้างสิทธิ์มีสค.1 เลขที่ 11 จำนวน 50 ไร่ แต่ออก นส.3 ไปกว่า 80 ไร่และอ้างสิทธิครอบครองมากกว่า 140 ไร่ ( ซึ่งครอบคลุมไปถึงเขตอุทยาน ฯ )

5.แก้ปัญหาที่ดินทำกินที่อุทยานประกาศทับ  โดยคืนสิทธิโดยให้ชาวอูรักลาโว้ยสามารถเข้าไปทำประโยชน์ตามวิถีดั้งเดิมได้

6.แก้ปัญหาเขตหากินในทะเล อุทยานและชาวเลอูรักลาโว้ยร่วมกันทำข้อตกลงเขตหากินทางทะเลตามวิถีประมงพื้นบ้านดั้งเดิมและประกาศให้ทราบทั่วกัน

7.การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด

8.แก้ปัญหาพื้นที่สุสานและพื้นที่ทางจิตวิญาณ  โดยการสำรวจและจัดทำพื้นที่สุสานดั้งเดิมเป็นที่สาธารณะออกเอกสาร นสล.ให้ชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ยอย่างชัดเจนและสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้  / ทำป้ายสัญลักษณ์/ชื่อ/ข้อมูลสุสานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

9.สำรวจโบราณสถานดั้งเดิมของชาวเล เช่น  สำนักสงฆ์  บ่อหิน  ชายหาดสาธารณะ  ทำการพิสูจน์สิทธิระหว่างเอกชนกับชุมชนเพื่อยืนยันสิทธิครอบครอง

10.แก้ปัญหาระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า  ประปา บ่อน้ำ  รวมทั้งทางเดินในชุมชน  และทางเดินออกทะเลซึ่งมีผู้อ้างสิทธิและปิดทางเข้าออก

และในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลได้ร่วมกันประกาศปฎิณญาหลีเป๊ะ เพื่อร่วมกันผลักดันกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ขึ้น