ชาวบ้านห้วยฝั่งแดงเริ่มมีความหวัง เมื่อรัฐมีมติรับผิดชอบจากการทำให้ชาวบ้านประสบปัญหามายาวนาน

ผลการประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การแก้ไขปัญหาชาวบ้านห้วยฝั่งแดง จังหวัดอุบลราชธานี

24 ธันวาคม 2563 ชาวบ้านห้วยฝั่งแดง อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ได้มาประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกิดการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และเบื้องต้นที่ประชุมได้มีมติการแก้ไขปัญหา 3 แนวทางตามลำดับ คือ 
1.สั่งการให้ สปก. จัดหาที่ดิน 163 ไร่เศษ ชดเชยให้กับชาวบ้าน 
2.ถ้าจัดที่ดิน สปก. ไม่ได้ มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหาที่ดินของหน่วยงานอื่นมาชดเชยให้กับชาวบ้าน 163 ไร่เศษ และ 
3.ถ้ายังจัดหาไม่ได้ตามลำดับที่ 1 กับ 2 ให้ใช้เงินกองทุน สปก. เพื่อซื้อโฉนดจากเอกชนมาชดเชยให้ชาวบ้าน 
โดยในมติที่ประชุม ได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบการดำเนินงาน จะต้องทำรายงานผลให้ทราบภายใน 3 สัปดาห์ 

เนื่องจากตั้งแต่ปี 2540 ชาวบ้านห้วยฝั่งแดง อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ได้ประสบปัญหาจากโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำของรัฐถึงปัจจุบันเป็นเวลา 20 กว่าปี ทำให้เกิดหนี้สิน ทำให้เด็กเยาวชนได้เรียนหนังสือไม่ถึงเกณฑ์การศึกษาขั้นต่ำ ต้องขายสัตว์เลี้ยง และปัญหาอื่น ๆ อีกหลายอย่าง เพราะอ่างเก็บน้ำทำให้ที่ดินของชาวบ้านรวมกว่า 163 ไร่เศษ ถูกน้ำท่วมขังมาตลอด 20 กว่าปี ไม่สามารถประกอบอาชีพทางการเกษตรได้ 

#มูลนิธิชุมชนไท ได้รับรู้เรื่องราวปัญหาของชาวบ้านและได้ชวนชาวบ้านมาร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขปัญหาตามช่องทางตามกฎหมาย เพื่อให้รัฐรับผิดชอบจ่ายเงินเยียวยาค่าสูญเสียการทำกินมาให้กับชาวบ้าน 

จนถึงการเรียกร้องการแก้ไขปัญหาในปี 2562 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น ได้นำเสนอเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 และมีมติ ครม.ให้กรมชลประทานจ่ายเงินชดเชยการสูญเสียโอกาสในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้กับชาวบ้านและจัดหาที่ดินชดเชยให้ชาวบ้าน

ต่อมา กรมชลประทานได้จ่ายเงินชดเชยฯ ให้กับชาวบ้านตามมติ ครม. แล้ว ส่วนการจัดหาที่ดินชดเชยให้กับชาวบ้านยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจนในการดำเนินงาน วันนี้ชาวบ้านจึงได้มาร่วมประชุมด้วย เพื่อให้รัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น

การแก้ไขปัญหาของคนไทยพลัดถิ่น

#มูลนิธิชุมชนไท ได้ดำเนินการช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นใน 4 จังหวัดภาคใต้ กว่า 18,000 คน เพื่อให้มีแนวทางการเข้าถึงการแก้ไขปัญหา ที่จะนำไปสู่การได้คืนสัญชาติไทย มากว่า 20 ปี 

วันนี้มีคนไทยพลัดถิ่นจำนวนมากได้รับการคืนสัญชาติแล้ว ได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์ แต่ #มูลนิธิชุมชนไท จะไม่ทิ้งใครระหว่างทาง โดยได้ส่งเสริมสนับสนุนให้อดีตคนไทยพลัดถิ่นเหล่านี้ได้มีที่ดิน ที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพที่มั่นคงต่อไป ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการคืนสัญชาติไทย #มูลนิธิชุมชนไท จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน

24 ธันวาคม 2564 เป็นอีกวันหนึ่งที่การแก้ไขปัญหาชาวบ้านในที่ดิน ส.ป.ก. มีความชัดเจนมากขึ้น โดยได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกิดการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน

โดยที่ประชุมมีมติให้ ส.ป.ก. ดำเนินการตามขั้นตอนการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ให้กับชาวบ้านชุมชนไร่เครา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยดำเนินการรังวัดแนวเขตเป็นรายแปลงและสรุปผลส่งเข้าคณะกรรมการจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เพื่อพิจารณาการเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ให้กับคนไทยพลัดถิ่นที่ได้บัตรประชาชนแล้ว จำนวน 11 ราย โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2564 

ส่วนชาวบ้านชุมชนบางพระเหนือ หมู่ 4 และหมู่ 5 จังหวัดระนอง ที่ประชุมมีมติ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะลงพื้นที่ในวันที่ 18 มกราคม 2564 ด้วยตนเองเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป