ชาวบ้านหาดสวนสุข อุบลราชธานี ชุมชนบุกเบิกพื้นที่ ยื่นขอความเป็นธรรม กันแนวเขตโฉนดชุมชน

ต่อเนื่องจากวันที่ 16 ก.พ.2564 ชาวบ้านหาดสวนสุขได้ประชุมจัดเตรียมข้อมูลชุมชนเพื่อยื่นหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 

ชุมชนหาดสวนสุข เป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี  และอยู่ในระหว่างการดำเนินการคุ้มครองตามนโยบายคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับนายกบริหารองค์กรส่วนจังหวัด(อบจ.) นายกานต์  กัลป์ตินันทน์

19 ก.พ.2564 เวลา 09.00 น. ชาวบ้านชุมชนหาดสวนสุข จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 50 คน ที่ได้อยู่อาศัยทำมาหากินสืบเนื่องมาตั้งแต่รุ่นปู่-ย่า ที่ได้บุกเบิกที่ดินป่ารกร้างริมแม่น้ำมูน  มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2411 (จากงานศึกษาวิจัย สกว.) โดยพื้นที่ดังกล่าวนี้นอกจากเป็นพื้นที่รกร้างแล้วยังประสบกับน้ำท่วมทุกปี  จึงเป็นพื้นที่ที่ผู้คนอื่นไม่มาอาศัยอยู่  จึงมีแต่ชาวบ้านหาดสวนสุขหรือหาดสวนยาเท่านั้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่นี้ โดยเฉพาะการคิดค้นการปั้นอิฐ 

อิฐของชุมชนหาดสวนสุขได้มีบทบาทในการสร้างเมืองใหม่หลังจังหวัดอุบลราชธานีประสบไฟไหม้อย่างน้อย 3 ครั้ง และการปั้นอิฐยังคงเป็นเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ต่อมาประมาณปี พ.ศ.2515 รัฐบาลได้ประกาศพื้นที่แถบริมน้ำมูนให้อยู่ในการดูแดขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเสียสิทธิบุกเบิกของพวกปู่-ย่า 

ต่อมาในปี พ.ศ.2553 ชาวชุมชนหาดสวนสุข จำนวน 5 กลุ่มย่อย ได้ยื่นหนังสือข้อมูลชุมชนต่อรัฐบาลเสนอเป็นพื้นที่นำร่องโฉนดชุมนชนตามระเบียบสำนักโฉนดชุมชน สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการคุ้มครองตามนโยบายคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ  

แต่ในระหว่างปี พ.ศ.2562-2563 ผู้บริหาร อบจ. ชุดเดิมได้มีนโยบายประกาศให้มีการเช่าพื้นที่และทางชุมชนได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าการยื่นเช่าดังกล่าวได้เช่าทับพื้นที่โฉนดชุมชนที่ได้ยื่นไว้กับสำนักโฉนดชุมชนสำนักนายกรัฐมนตรี และได้เช่าทับที่ชุมชนดั้งเดิมด้วย

ดังนั้น ในวันนี้ชาวชุมชนหาดสวนสุข จึงขอร้องเรียกกับนายกบริหารองค์กรส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกานต์  กัลป์ตินันท์ เพื่อขอให้ความเป็นธรรม กับชาวบ้านที่เป็นผู้บุกเบิก เป็นผู้พัฒนาพื้นที่ สร้างวัด สร้างโรงเรียน พัฒนาสังคม และได้ดำเนินวิถีชีวิตมาอย่างปกติสุข โดยมีข้อเสนอดังนี้

1. ขอให้ อบจ.ตรวจสอบและยกเลิกการเช่าทับพื้นที่โฉนดชุมชนและชุมชนดั้งเดิม
2. ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างชุมชนกับ อบจ. เพื่อกำหนดแนวเขต กันพื้นที่โฉนดชุมชนและชุมชนดั้งเดิมให้เป็นเขตที่อยู่อาศัยถาวรชั่วลูกชั่วหลานดั่งที่สืบทอดกันมานับร้อยปี
3.ให้ อบจ.สนับสนุนแผนป้องกันภัยพิบัติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตอื่นๆ 

ภาพชาวบ้านประชุมเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นเสนอต่อ นายก อบจ.