rawai-08-01-61

ชาวเลราไวย์ถูกน้ำหนีบ
จอดเรือลงน้ำเพื่อปรับสภาพร่างกาย ไม่อย่างนั้นอาจพิการหรือเสียชีวิตได้
แต่กลับถูกอุทยานจับคุมตัวไว้ แล้วกล่าวหาจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์
มีผลทำให้ชาวเลผู้นั้นเสี่ยงต่อการสูญเสียหู ดวงตา และอื่น ๆ ได้สูงมาก

ชาวเลหาดราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ถูกจับกุมโดยอุทยานข้อหาลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตอนุรักษ์ แต่ความจริง ชาวเลราไวย์เจอน้ำหนีบ จอดเรือในเขตอุทยานเพื่อหยุดปรับสมดุล โดยลงในน้ำอีกครั้ง แต่ถูกจับดำเนินคดี

ชาวเลราไวย์ ภูเก็ต 6 คน ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานสิรินาท ภูเก็ต จับ เพราะชาวเลกลับจากหาปลาที่พังงา และมีคนป่วย 1 คน เพราะน้ำหนีบ จึงต้องจอดเรือฉุกเฉินที่เขตอุทยานฯ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ปรับตัวจากสภาพน้ำหนีบ คือ การลงน้ำ และขึ้นจากน้ำอย่างช้าๆ ตามวิธีชาวเล แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับ และจะให้ชาวเลรับสารภาพจ่ายค่าปรับคนละ 2-3 พันบาท ชาวเลไม่ยอมเพราะไม่ได้ทำผิด ปลาที่หามาไม่ได้หาในเขตอุทยานฯ จึงต้องถูกส่งสถานีตำรวจ หมายเหตุ.(คนป่วยได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว หากส่งตัวไม่ทันอาจพิการ หรือเสียชีวิตได้

จากเฟสบุ๊กของ Maitree jongkraijug บอกว่า "ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ไปจับเขาทำไม ตอนเขาโผล่มาจากน้ำก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่มีเหล็กยิงปลา ไม่มีเครื่องมือจับปลา เขาจอดเรือเพื่อเอาคนป่วยดำลงไปเพื่อปรับน้ำในร่างกาย เพื่อยื้อชีวิตต่อตามวิถีชาวเล ก่อนถึงมือหมอ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานก็เกือบคร่าชีวิตเขาไป เขาถูกจับกุม แต่ยอมส่งคนป่วยไปโรงพยาบาล แม้มีมติคณะรัฐมนตรีผ่อนปรนหากินในเขตอนุรักษ์ ตามวิถีชีวิตดั้งเดิมก็ตาม ซึ่งในความจริงหาก จะคิดว่าเขาจับปลาในเขตจริง ก็ยังมีการผ่อนปรน แต่นี่ไม่เลย เขาก็ทราบเมื่อเขาส่งคนป่วยไปโรงพยาบาลแล้ว แต่ด้วยใจโหดเหี้ยม เขาก็คงดำเนินคดี ทั้งที่ผู้ใหญ่ในจังหวัดหลายคนอธิบายด้วยเหตุต่างๆ แล้ว แต่เขาก็ไม่ฟัง คดีจับสัตว์ในเขตอุทยานจึงถึงมือตำรวจ"

คนป่วยถึงมือหมออาจช้าไปหรือเปล่า เพื่อนชาวเลแจ้งว่า เขาเสียตาไป 1 ข้าง หูอีก 1 ข้าง อาจเสียขาอีก 1 ข้าง รอหมอยืนยันอีกครั้ง น้ำหนีบมันรุนแรงถึงชีวิต ชาวเลมีวิธีอยู่ แต่เขาอาจไม่ได้ใช้วิธีรักษาอย่างเต็มที่ หรือเพราะเขาอาจเสียเวลาไปกับการดำเนินการก็เป็นได้ แต่เขาก็รอดชีวิต แต่อาจเป็นคนพิการตลอดชีวิต

นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน หมอ ข้าราชการ หลายคนคงรับไม่ได้ จึงช่วยกันมาประกันออกไปตอนประมาณ 4 ทุ่ม ซึ่งในตอนแรกกำหนดทุนประกันไว้คนละ 100,000 บาท แต่มีผู้ใหญ่ในระดับกระทรวงประสานมาขอให้ลดทุนประกัน จนนำไปสู่การประกันตัว นโยบายที่มีเคยร่วมกันทำความเข้าใจกับหัวหน้าอุทยานคนก่อน แต่ผู้มาใหม่อาจไม่ทราบ ไม่เข้าใจ ดำเนินการตามกฎหมาย ตามตัวหนังสือ อาจหลงลืมความเป็นมนุษย์ไปเลย หรือชีวิตแค่ผัก ปลา แต่อาจมีค่าน้อยกว่าปลาเสียอีก จากการกระทำดังกล่าว

หรือนี่เป็นวิธีคิดของมนุษย์กรมนี้ที่เห็นค่าแค่สัตว์ กับต้นไม้ โดยลืมคุณค่าความเป็นมนุษย์ สักวันเมื่อความอดทนถึงที่สุด ปัญหาก็อาจลุกลามบานปลาย ผมเสนอว่าคุณควรคิดถึงชีวิตมนุษย์ก่อนอื่นใดนะครับ เอาหละผมก็วิพากษ์ตามคำบอกเล่าของเพื่อนชาวเลที่โทร.มารายงาน โทร.มาเล่า โทร.มาปรึกษา และการแชร์เรื่องราวจากเพื่อนๆ ทบทวนเสียทีเถอะมนุษย์กรมนี้บางคน ให้มีความเป็นมนุษย์เท่าๆ กับคนอื่นบ้าง

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ข้อความ และภาพดังกล่าวออกไป ได้มีการแชร์ข้อมูล และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการดำเนินการเข้าไปจับกุมชาวเลดังกล่าวของทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ภูเก็ต จนกลายเป็นประเด็นสังคมในขณะนี้

ขณะที่ นายวิทูร เดชประมวลพล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ทางอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเรือเข้ามาลักลอบจับปลาในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำโดย นายพงษ์พันธ์ แพน้อย พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าชุดปฏิบัติการสายตรวจ พร้อมกำลังพลออกตรวจสอบ โดยนำเรือประมงของชาวบ้านออกไปตรวจสอบเมื่อแล่นเรือไปถึงบริเวณอ่าวหน้าหาดในทอน ต.เชิงทะเล ตรวจสอบพบกลุ่มบุคคล พร้อมเรือ จำนวน 3 ลำ จอดทิ้งสมอ และมีกลุ่มบุคคลประมาณ 2-3 คนกำลังดำน้ำอยู่ในทะเล จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ และจับกุม โดยผู้ต้องหา จำนวน 6 คน เป็นผู้ใหญ่ 5 คน และเด็ก อายุ 14 ปี จำนวน 1 คน ทั้งหมดเป็นชาวไทยใหม่จากพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย เรือไม้ จำนวน 3 ลำ สัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เช่นปูแดง กุ้งมังกรเจ็ดสี กุ้งมังกรแดง ปลาสินสมุทร ปลานกแก้วหัวโหนก นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์การจับปลา เครื่องปั๊มอากาศ สายท่ออากาศ และอื่นอีกหลายรายการ จึงนำตัวมาสอบสวนที่ทำการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และส่งตัวดำเนินคดีที่ สภ.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นายวิทูร กล่าวต่อไปว่า ในการเข้าจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคนป่วย หลังจากจับกุมก็นำตัวมาสอบสอบตามปกติ และเพิ่งได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกจับมีอาการป่วย จึงได้ประสานไปยัง 1699 เพื่อให้มารับคนป่วยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลถลาง ขณะที่ผู้ต้องหาที่เหลือก็ส่งตัวดำเนินคดีตามปกติ 

ขณะที่ นายวรวิทย์ สีสาคูคราม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยประกันตัวชาวไทยใหม่ กล่าวว่า ตนได้รับการประสานมาจากทีมงานให้ช่วยมาประกันตัวชาวไทยใหม่ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จับกุมมาดำเนินคดีที่ สภ.สาคู หลังจากได้รับการประสานตนจึงเดินทางมายังอุทยานฯ และมีการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทราบว่า ชาวไทยใหม่ทั้ง 5 คน และเด็ก 1 คน ล่องเรือมาการจับปลาในพื้นที่จังหวัดพังงา ระหว่างที่แล่นเรือมาถึงบริเวณหาดในทอน ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีชาวไทยใหม่ที่ออกจับปลาด้วยกันมีอาการบาดเจ็บจากแรงดันใต้น้ำ ที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคน้ำหนีบ จึงได้หยุดเรือที่บริเวณดังกล่าว และให้คนเจ็บลงไปในน้ำเพื่อปรับสภาพสมดุลซึ่งเป็นวิธีการรักษาของชาวเล

แต่ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ออกตรวจพื้นที่ และมาพบกับกลุ่มชาวไทยใหม่ที่จุดดังกล่าว และมีการตรวจสอบพบปลา และสัตว์ทะเลเป็นจำนวนมาก จึงแสดงตัวจับกุม โดยชาวไทยใหม่บอกว่า ปลา และสัตว์ทะเลดังกล่าวไม่ได้จับในเขตอุทยานฯ และปลาทั้งหมดจับมาจากจังหวัดพังงา และขณะที่ผู้บาดเจ็บอยู่ในน้ำก็ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาดำเนินคดีในที่สุด

นายวรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่ตนสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการพูดคุยกับพนักงานสอบสวน สภ.สาคู ซึ่งต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวประมาณคนละ 100,000 บาท ชาวไทยใหม่ไม่มีเงินในการประกันตัว ตนจึงใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่ ร่วมกับนายแพทย์วิชิต บุรพชนก แพทย์ประจำ รพ.สต.สาคู ใช้ตำแหน่งประกันชาวไทยใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าปล่อยตัวชั่วคราวต่อไป

ขณะที่ นายสนิท แซ่ฉั่ว หนึ่งในชาวเลราไวย์ ซึ่งได้ไปร่วมให้กำลังใจชาวไทยใหม่ที่ถูกจับในครั้งนี้ กล่าวว่า ในส่วนของชาวเลที่ถูกจับกุมนั้นได้มีการประกันตัวออกมาแล้ว โดยทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ใช้ตำแหน่งมาประกันตัวให้ยกเว้น ในส่วนของนายทะนงศักดิ์ เกาะงาม อายุ 41 ปี ซึ่งมีอาการน้ำหนีบที่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ชาวเลทั้งหมดได้ไปพบกับพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อทำการให้ปากคำเพิ่มเติม 

โดยทั้งหมดยืนยันว่า ไม่ได้จับปลาในเขตอุทยานฯ และไม่ได้เป็นผู้ประกอบการตามที่ถูกกล่าวหา โดยเหตุที่เข้าไปลอยเรือในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเนื่องจากในระหว่างเดินทางกลับจาก อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อกลับบ้านที่หาดราไวย์ ระหว่างทางเมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่ทะเลในเขตอุทยานฯ นายทะนงศักดิ์ ได้เกิดอาการน้ำหนีบ จึงได้หาบริเวณจุดที่เหมาะสมทอดสมอเรือลอยลำ และให้นายทะนงศักดิ์ ดำลงไปในน้ำเพื่อปรับสภาพร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาของชาวเล 

ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเลอีก 2 คน ลงไปอยู่ข้างเรือเพื่อทำภารกิจส่วนตัว และปลาที่เห็นในเรือนั้นก็ไม่ได้จับในเขตอุทยานฯ แต่เป็นปลาที่ได้มาจากการจับในทะเลลึกในพื้นที่ อ.คุระบุรี โดยขณะนี้ได้มีการประสานกับทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาหลักทรัพย์มาประกันตัว และต่อสู้คดีต่อไป
 


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://mgronline.com/south/detail/9610000002386