Page 3 - Rawai Community Research
P. 3
2
ี่
์
ี่
ี
้
ิ
เจาอยู่หัวเสด็จเยยมชาวเลราไวย และป พ.ศ. 2508 เอกชนออกเอกสารสิทธทับทดินของชุมชนชาวเล มี
เอกชนอางสิทธและแบ่งทดินออกมาเปนแปลงย่อยๆคณะกรรมการสิทธมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบการอยู ่
็
ิ
ิ
ี่
้
ิ
อาศัยของชาวเล และมีมติใหอธบดีกรมทดินเพกถอนการออกเอกสารสิทธทดินของเอกชน แต่ไม่มีความ
ี่
้
ี่
ิ
ิ
ิ่
้
้
้
คืบหนาในทางปฏิบัติ และในทดินบางแปลงเรมมีการฟองขับไล่ชาวเลแลวจานวน 20 หลังคาเรอนและมี
ี่
ื
้
ื่
้
ิ่
้
ิ
้
แนวโนมจะถูกทยอยฟองเพมมากขึ้นเรอยๆโดยมี 2 หลังคาเรอนทศาลชั้นตนพพากษาใหออกจากพ้นท ี่
ื
ื
ี่
และเรองอยู่ระหว่างการอุทธรณ ดวยเหตุผลเอกชนมีเอกสารสิทธทดินและเอกสารดังกล่าวเปนหลักฐาน
ิ
ื่
์
ี่
้
็
้
มหาชนทศาลจะตองเชอไวก่อนว่าออกมาโดยชอบ ทั้งทชาวเลอาศัยมายาวนานรวมทั้งชาวเลทเหลือตอง
ื่
ี่
ี่
้
้
ี่
็
เดินทางไปขึ้นศาลเปนระยะ
ื
ื่
ื
การมีความคิดความเชอว่าทดินและทองทะเลเปนของทุกคน ไม่ยึดถอถอเปนของตนเอง การไม่ร ้ ู
้
็
็
ี่
้
็
กฎหมาย ไม่รหนังสือและสื่อสารภาษาไทยไดเพยงระดับหนึ่งเท่านั้น ทาใหเปนเรองยากมากส าหรับการขึ้น
้
้
ื่
ี
ู
ั
ศาลของชาวเล รวมทั้งปญหาความยากจนทาใหชาวเลเสียเปรยบเปนอย่างมาก ปจจุบันชาวเลกลุ่มน้ไม่มี
ั
ี
้
ี
็
ื
ิ
้
้
้
ิ
้
ี่
ี่
สิทธซ่อมแซมและสรางบานของตนเอง เพราะจะถูกเอกชนทอางสิทธเหนอทดินฟองรองพรอมแจงความ
้
้
้
้
จับกุม ทาใหสภาพบานทรดโทรมแออัดไม่มีโอกาสไดรับการพัฒนาจากองค์กรทองถน ทาใหไม่มีท่อระบาย
้
้
้
้
ุ
ิ่
็
้
ื่
น้าไม่มีทางเดินเทา ไม่มีไฟฟาและน้าประปาเปนของตนเอง ตองซ้อพ่วงจากบานอนๆ ทาใหตองจ่างใน
้
้
้
้
ื
้
้
์
้
้
ี่
ราคาแพงกว่าคนทั่วไปถึง 2-3 เท่า นอกจากปญหาทดินแลวชุมชนชาวเลบานราไวยยังไดรับผลกระทบจาก
ั
ิ
้
้
์
์
้
การประกาศเขตอนุรักษพันธุสัตว์น้าและเขตอุทยาน ทาใหตองออกไปหาหอยบรเวณหนาหาดต่างๆ ส่งผล
้
ี่
้
ิ
ต่อรายไดของชาวเลทลดนอยลง ทาใหเกดหน้นอกระบบส่งผลต่อครอบครัวและโอกาสทางการศึกษาของ
ี
้
เด็กและเยาวชน
ื
่
้
้
ในกระบวนการพัฒนาของชุมชน ไดมีการจัดทาขอมูลครัวเรอนและแผนผังชุมชน การรวมกับทาง
ุ
่
้
ี่
อ าเภอทาหลักฐานขอมีบัตรประชาชนส าหรับผูทตกหล่น ปรับปรงหองน้ารวมของชุมชน รวมกันตั้งกองทุน
้
ี
ื่
ี
้
้
้
้
เพอแกหน้นอกระบบ กองทุนเพอการต่อสูคดี และแกนนาชุมชนชาวเลไดท าหนังสือและเดินทางไปรองเรยน
ื่
หน่วยงานต่างๆ ทเกยวของมาแลวจานวนมาก ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม ทาเนยบรัฐบาล รัฐสภา กระทรวง
้
ี
ี่
ี่
้
ยุติธรรม รวมทั้งรวมกับเครอข่ายชุมชนเพอการปฏิรปสังคมและการเมือง ผลักดันใหมีการแกปญหาระดับ
้
้
ั
ื
ู
ื่
่
้
็
้
ี่
นโยบาย ฯลฯ จากสภาพปญหาและขอจากัดต่างๆรอบดานของชุมชนชาวเลบานราไวย ปญหาทดินซึ่งเปน
ั
ั
์
้
ิ
้
็
่
ี
ั
้
์
กรณพพาทกับเอกชนเปนปญหาใหญ ของชาวเลบานราไวยทั้งชุมชน และนักกฎหมายผูเชยวชาญหลาย
ี่
ื่
้
ิ
่
ฝายเห็นว่าชาวเลบานราไวย ควรยนฟองต่อศาลปกครอง เพอใหเกดการเพกถอนเอกสารสิทธทออกมาโดย
้
์
ิ
ื่
้
ิ
ี่

